สรุปสำหรับคนไม่มีเวลา
เกณฑ์รายได้ที่ต้องจดทะเบียน VAT
ผู้ประกอบการที่มีรายได้จากการขายสินค้าหรือให้บริการเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี มีหน้าที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยเกณฑ์นี้ใช้กับทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ไม่ได้ขึ้นกับรูปแบบการจดทะเบียนธุรกิจ
จุดที่คนเข้าใจผิดบ่อยที่สุดคือคำว่า “รายได้” ตัวเลขที่ใช้นับคือยอดขายรวมก่อนหักค่าใช้จ่าย ไม่ใช่กำไร ร้านค้าออนไลน์ที่มียอดขาย 2 ล้านบาทแต่มีกำไรเพียง 200,000 บาท ก็เข้าเกณฑ์ต้องจดเช่นกัน
การนับรายได้เมื่อขายหลายช่องทาง
รายได้ที่นับคือยอดรวมของทุกช่องทางในนามผู้ประกอบการรายเดียวกัน ไม่ได้แยกตามแพลตฟอร์ม ตัวอย่างร้านที่ขายผ่านสามช่องทาง
| ช่องทาง | ยอดขายต่อปี |
|---|---|
| Shopee | 780,000 บาท |
| TikTok Shop | 640,000 บาท |
| เว็บไซต์ของร้าน | 460,000 บาท |
| รวมทั้งปี | 1,880,000 บาท |
แต่ละช่องทางไม่ถึงเกณฑ์ แต่ยอดรวมเกิน 1.8 ล้านบาท ร้านนี้จึงมีหน้าที่จดทะเบียน VAT
ต้องจดภายในกี่วัน และถ้าจดช้าเกิดอะไรขึ้น
เมื่อรายได้เกินเกณฑ์ ต้องยื่นคำขอจดทะเบียน (แบบ ภ.พ.01) ภายใน 30 วันนับจากวันที่รายได้เกิน 1.8 ล้านบาท ไม่ใช่รอถึงสิ้นปีบัญชี
การจดล่าช้าทำให้ผู้ประกอบการยังมีหน้าที่นำส่งภาษีขายย้อนหลังตั้งแต่วันที่ควรจด แม้จะไม่ได้เรียกเก็บ VAT จากลูกค้าในช่วงนั้น ซึ่งกลายเป็นต้นทุนที่ร้านต้องรับเองทั้งจำนวน พร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามกฎหมาย
ในทางปฏิบัติ ร้านที่ยอดขายเริ่มเข้าใกล้ 1.5 ล้านบาทควรเริ่มติดตามยอดรายเดือนอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้พลาดกำหนด 30 วัน
จดแล้วมีภาระอะไรเพิ่มขึ้น
การเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT เปลี่ยนวิธีทำงานเอกสารของร้านไปพอสมควร สิ่งที่เพิ่มขึ้นมีสี่เรื่องหลัก
เรียกเก็บ VAT 7% จากลูกค้า
ราคาขายต้องรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และต้องแสดงให้ชัดเจนว่าราคารวม VAT แล้วหรือยัง
ออกใบกำกับภาษีทุกครั้งที่ขาย
ใบกำกับภาษีต้องมีรายการครบตามที่กฎหมายกำหนด และต้องเก็บสำเนาไว้เป็นหลักฐาน
ยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือน
ยื่นภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป แม้เดือนนั้นไม่มียอดขายก็ยังต้องยื่นแบบเปล่า
จัดทำรายงานภาษีซื้อ-ภาษีขาย
ต้องเก็บใบกำกับภาษีซื้อไว้เพื่อขอเครดิต และจัดทำรายงานประกอบการยื่นทุกเดือน
กรณีที่ควรจด VAT ก่อนถึงเกณฑ์
การจดทะเบียนก่อนถึงเกณฑ์ทำได้โดยสมัครใจ และมีบางสถานการณ์ที่ให้ผลดีกว่า
กรณีแรกคือธุรกิจที่ต้นทุนส่วนใหญ่มี VAT อยู่แล้ว เช่น ร้านค้าออนไลน์ที่ซื้อสินค้าจากผู้ผลิตที่จด VAT หรือธุรกิจที่มีค่าโฆษณาแพลตฟอร์มจำนวนมาก ภาษีซื้อเหล่านี้นำมาหักออกจากภาษีขายได้ ทำให้ภาระสุทธิลดลง
กรณีที่สองคือธุรกิจที่ลูกค้าเป็นบริษัท ซึ่งมักต้องการใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบเพื่อนำไปขอเครดิตภาษีซื้อ ธุรกิจบริการแบบ B2B จำนวนไม่น้อยจึงจด VAT ตั้งแต่ต้นเพื่อไม่ให้เสียโอกาสทางการขาย
ในทางกลับกัน ร้านที่ขายให้ผู้บริโภคทั่วไปและมีต้นทุนที่ไม่มี VAT เป็นส่วนใหญ่ เช่น ร้านอาหารที่ซื้อวัตถุดิบจากตลาดสด การจด VAT ก่อนเกณฑ์อาจทำให้ราคาขายสูงขึ้นโดยไม่ได้ประโยชน์จากภาษีซื้อมากนัก
คำถามที่พบบ่อย
รายได้ที่นับ ใช้ตามปีปฏิทินหรือปีบัญชี
สำหรับบุคคลธรรมดาใช้ปีปฏิทิน ส่วนนิติบุคคลใช้รอบระยะเวลาบัญชีของบริษัท แต่หน้าที่จดเกิดขึ้นทันทีเมื่อยอดสะสมในรอบนั้นเกิน 1.8 ล้านบาท ไม่ต้องรอสิ้นรอบ
ค่า GP ที่แพลตฟอร์มหักไป นับเป็นรายได้ด้วยไหม
นับ เพราะรายได้ที่ใช้พิจารณาคือยอดขายที่เรียกเก็บจากลูกค้า ไม่ใช่ยอดสุทธิที่แพลตฟอร์มโอนเข้าบัญชี ค่า GP ถือเป็นค่าใช้จ่ายแยกรายการ
จดแล้วยกเลิกทีหลังได้ไหมถ้ายอดขายลดลง
ขอถอนทะเบียนได้เมื่อเข้าเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด เช่น รายได้ลดลงต่ำกว่าเกณฑ์ต่อเนื่อง แต่ต้องยื่นคำขอและรอการพิจารณา ระหว่างนั้นยังมีหน้าที่ยื่นแบบตามปกติ
เดือนที่ไม่มียอดขาย ต้องยื่น ภ.พ.30 ไหม
ต้องยื่น โดยยื่นเป็นแบบเปล่า การไม่ยื่นถือเป็นการยื่นแบบล่าช้าและมีค่าปรับ แม้ยอดภาษีจะเป็นศูนย์
ไม่แน่ใจว่าร้านของคุณถึงเกณฑ์แล้วหรือยัง
ส่งยอดขายรายเดือนมาให้เราดู ทีมงานจะช่วยประเมินว่าต้องจดเมื่อไหร่ และเปรียบเทียบให้เห็นว่าการจดก่อนหรือหลังเกณฑ์คุ้มกว่าสำหรับธุรกิจของคุณ
บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษีสำหรับกรณีเฉพาะ กรุณาปรึกษาผู้ทำบัญชีก่อนตัดสินใจ